ลุ้นสนช.โหวต2กฎหมายลูก 8 มี.ค.นี้

เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ที่รัฐสภา นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(วิปสนช.) ในฐานะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่ายพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. กล่าวว่า

ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาทบทวนของกรรมาธิการร่วม3ฝ่ายนั้น จะนำเข้าสู่ที่ประชุมสนช.เพื่อพิจารณาลงมติในวันที่ 8 มี.ค. ทั้งนี้ หากจะมีการลงมติคว่ำร่างกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับนั้นจะต้องมีเสียงสนช.ไม่เห็นชอบ 2 ใน 3 ของสมาชิกสนช.ที่มีอยู่ทั้งหมด หรือ 166 เสียงขึ้นไป อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ากฎหมายทั้ง 2 ฉบับจะได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมสนช. และมั่นใจว่าทุกฝ่ายน่าจะทำความเข้าใจข้อขัดแย้งประเด็นต่างๆ ได้

นพ.เจตน์ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.นั้น ที่ประชุมกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่ายมีมติไม่ให้มีการแสดงมหรสพระหว่างการหาเสียง เนื่องจากเห็นว่าจะมีผลเสียมากกว่าผลดี เพราะการแสดงมหรสพไม่ใช่การปฏิรูปการเมืองที่มุ่งหวังให้ประชาชนฟังนโยบายพรรคเพื่อประกอบการตัดสินใจลงคะแนน อีกทั้งการจัดมหรสพทำให้การตรวจสอบค่าใช้จ่ายของดาราที่นำมาขึ้นเวทีทำได้ลำบาก เพราะถ้าพรรคการเมืองระบุว่าเป็นญาติพี่น้อง คิดค่าตัวราคาถูกๆ จะทำให้การคำนวณค่าใช้จ่ายผู้สมัครในการหาเสียงทำได้ยาก รวมทั้งดาราที่นำมาขึ้นเวทีอาจจะไปพูดจูงใจให้เลือกผู้สมัครเบอร์ต่างๆ ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดคดีฟ้องร้องตามมามากมาย 

ส่วนการตัดสิทธิผู้ไม่ไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งนั้น ทางกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่ายเห็นว่า ให้คงการตัดสิทธิการได้รับการแต่งตั้งเป็นข้าราชการการเมือง และตัดสิทธิการได้รับแต่งตั้งเป็นรองผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นไว้ตามเดิม แต่ให้คณะกรรมการกฤษฎีกาปรับถ้อยคำให้มีความชัดเจน ไม่ให้หมิ่นเหม่ต่อการขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ในวันที่ 21 ก.พ.นั้น กรรมาธิการร่วม 3 ฝ่ายจะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.เพื่อพิจารณาทบทวนประเด็นการขยายเวลาลงคะแนนเลือกตั้งจาก 07.00-17.00 น. โดยอาจจะมีการปรับขยายเวลาลงคะแนนให้มีความเหมาะสม อาทิ ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. หรือ 08.00-16.00 น. เป็นต้น.

Comments are closed.